E-mail:
Password:
[ สมัครสมาชิกใหม่ ]

Gallery รวมภาพ
สินค้ามาใหม่
กุมารทอง - รักยม
เครื่องรางมหาเสน่ห์
เครื่องราง-ค้าขาย โชคลาภ เงินทอง
หนุมาน-เครื่องรางอื่นๆ
เทพ เทวดา พรหม
แหวนโชคลาภ
พระเครื่อง
สินค้าทั่วไป
หมายเลขพัสดุ ที่จัดส่งให้ลูกค้า
บทความ กุมารทอง รักยม
เกร็ด

รับข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าใหม่ๆ
โปรดใส่อีเมล์ของท่าน



Online: 2 user


ตรวจสอบสถานะ EMS และไปรษณีย์ลงทะเบียน 

 

 

 

   

 

 

  

Share
หมวด: พระเครื่อง / พระผงเกศา ครูบาขาวปี ผสม ผงสะหรี๋พันต้น ( เป็นตำราของครูบาศร ีวิชัย )


ชื่อสินค้า :พระผงเกศา ครูบาขาวปี ผสม ผงสะหรี๋พันต้น ( เป็นตำราของครูบาศร ีวิชัย )
รายละเอียด :

พระผงเกศา  ครูบาขาวปี

มวลสารที่สำคัญในการจัดสร้าง
1. ทองคำเปลว ที่ติดสรีระธาตุ ครูบาเจ้าขาวปี

2  เกศา ครูบาเจ้า ขาวปี

3. ธรรมะใบลานเก่า ลายมือ ของ ครูบาเจ้า ขาวปี และ ผงสะหรี๋พันต้น

ผงสะหรี๋พันต้น ( เป็นตำราของครูบาศรีวิชัยเจ้า ) ซึ่งต้องรวบรวมใบโพธิ์ จากต้นโพธิ์ พันต้น จากหนึ่งพัน วัด มา โดยใบโพธิ์นั้นต้องร่วงตามธรรมชาติ และห้ามหล่นลงพื้น เป็นการจัดสร้างซึ่งถือเป็นสุดยอด แห่งมงคลอันสูงสุดทั้งปวง ทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง เป็นเมตตามหานิยม ใช้ป้องกันภัยอันตรายต่างๆ ได้ทุกประการ ไม่ว่า เคราะห์กรรม สัตว์ดุร้าย ปีศาจ  กัน คุณไสย มนต์ดำ คุณผี คุณคน  ลมเพลมพัด ลดวิบากกรรม พลิกผัน เปลี่ยนแปร ชีวิต จากร้าย กลายเป็นดี  ปรารถนาสิ่งใด ก็จะได้ดั่งใจทุกประการ

ผงสะหรี๋พันต้น หรือ ใบโพธิ์ จากวัดต่างๆ ทั่วไทย อาทิ

ต้นโพธิ์ พุทธคยา ประเทศ อินเดีย  วัดสุทัศน์ วัดโพธิ์ วัดอรุณ  วัดพระพุทธบาทผาหนาม วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดจามเทวี วัดพระพุทธบาทตะเมาะ
วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม  และ วัดอื่นๆ อีกมากมาย ฯลฯ

4. ผงว่าน มหามงคล 108
5 ผงดอกไม้ จากวัดต่างๆ ทั่วไทย
6 ผงธูป จากวัด ต่างๆ ทั่วไทย
7 น้ำมนต์ จากวัด ต่างๆ ทั่วไทย

8 ดินจาก ต้นโพธิ์ พุทธคยา อินเดีย
ฯลฯ


พุทธคุณ สุดประมาณมิได้

ทำให้ชีวิต เจริญรุ่งเรือง เป็นเมตตามหานิยม ใช้ป้องกันภัยอันตรายต่างๆ ได้ทุกประการ ไม่ว่า เคราะห์กรรม สัตว์ดุร้าย ปีศาจ  กัน คุณไสย มนต์ดำ คุณผี คุณคน  ลมเพลมพัด ลดวิบากกรรม พลิกผัน เปลี่ยนแปร ชีวิต จากร้าย กลายเป็นดี  ปรารถนาสิ่งใด ก็จะได้ดั่งใจทุกประการ

รวมคณาจารย์ สายครูบาศรีวิชัย ร่วมอธิษฐานจิต

------------------------------------------------------------------------

เราทราบแต่เพียงว่าบรรดาลูกศิษย์ที่นับถือครูบาเจ้าฯ สร้างด้วยความเคารพนบไหว้ตนบุญองค์วิเศษท่านนี้ ทุกครั้งที่ท่านปลงเกศา หลับตาจินตนาการเห็นบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายนั่งอยู่รายล้อม เอาใบบัวเอาผ้าขาวมาคอยรับเส้นเกศา ด้วยว่าเส้นเกศาครูบาเจ้าฯ คือตัวแทนความวิเศษนั้น จึงพากันเก็บรักษาเสมอของมีค่าควรเมือง

 

pdv3EN.JPG [600x610px] ฝากรูป

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน  083-8244611

 

 ครูบาขาวปี  wD6yDF4.JPG [600x915px] ฝากรูปww.kumarnthai.Rpq2YT.JPG [600x800px] ฝากรูปcom  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเxekk9h.jpg [600x413px] ฝากรูปกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.c

om  พระผงเกศา ครูdNYhB4.jpg [600x850px] ฝากรูปn4938n.jpg [600x857px] ฝากรูปบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย rqfB4I.jpg [600x811px] ฝากรูป

อภินิหารบารมีครูบาขาวปี

(ครูบาศรีวิชัยน้อย)

วัดพระพุทธบาทผาหนาม

ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน

โดย รามราช

นิตยสารโลกทิพย์ ฉบับที่ ๑๑๔ ปีที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๓๐

 

ท่านครูบาขาวปีทายาททางธรรมที่ได้สืบเนื่องงานพัฒนาและรับมอบหมายจากจากท่านครูบาศรีวิชัย หลายชิ้นจนได้รับคำชมเชยจากท่านว่าเป็น ศรีวิชัยน้อย นักบุญล้านนา องค์ที่สอง

ท่านได้สร้างสรรค์ผลงานไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นรูปถาวรวัตถุทั้งในศาสนจักรและอาณาจักรซึ่งท่านได้มีส่วนร่วมไม่ต่ำกว่าร้อยแห่งตลอดอายุขัย ๘๓ ปีของท่าน จึงได้รับโล่เกียรติคุณจากทางราชการมากมาย

แม้ในด้านการเผยแพร่ ธรรมะ ท่านก็ได้ปฏิบัติควบคู่กันไปด้วย ท่านเป็นแบบอย่างแก่มนุษย์ ทั้งหลายที่เพียรพยายามสร้างแต่คุณงามความดี ไมให้จิตตกอยู่ในอำนาจฝ่ายต่ำ สมควรที่นักพัฒนาทั้งหลายในปัจจุบันจะดำเนินรอยตาม

 
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
แม้แต่ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้มีอำนาจล้นเหลือในระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๐๖ ได้รับทราบผลงานของท่านครูบาขาวปี ยังใคร่ปรารถนามานมัสการกราบคารวะท่าน ผู้มีใจมุ่งพัฒนา ยอมอุทิศชีวิตเพื่อพระบวรพุทธศาสนาและสังคมโดยส่วนรวม ไม่ปรารถนาผลตอบแทนแต่ประการใด

แม้ว่าท่านครูบามิได้มีสมณศักดิ์หรือสถานภาพที่สูงส่งในสังคมก็ตาม แต่ท่านจอมพลสฤษดิ์ ก็ได้ปวารณาตัวจะช่วยอุปถัมภ์ในการก่อสร้างโรงเรียนในชนบทที่ห่างไกลให้ครบ ๑๐๐ หลัง ก่อนที่ ฯพณฯ จะถึงแก่อสัญกรรม ไม่นาน

เรื่องของ ท่านครูบาขาวปี ยังมีอีกมากมายที่เกิดจากการเล่าขานของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งนับวันก็ยิ่งจะสูญหายไปกับกาลเวลา หากมิได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานในที่นี้อีกส่วนหนึ่ง ย่อมเป็นสิ่งที่ยากต่อผู้เรียบเรียงเรื่องของครูบาผู้เป็นอริยบุคคลในภายภาคหน้าให้สมบูรณ์ต่อไป

มูลเหตุที่ได้นำเรื่องเล่าขานนี้มาเผยแพร่ เพื่อมิให้อนุชนลืมเลือนไปโดยง่าย อีกทั้งจะเป็นเม็ดทรายที่จะก่อรูปเป็นกุศลวัตถุอนุสาวรีย์ในความดีของท่านที่มีต่อมวลมนุษย์

ซึ่งเรื่องนี้เริ่มจัดดำเนินการให้เป็นรูปร่างอย่างแท้จริง ภายใต้ความเห็นชอบของ ครูบาวงศ์ หรือพระครูใบฎีกาชัยวงศาพัฒนา แห่งวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม มิใช่เป็นแต่เพียงคำปรารภของผู้มาเยือนที่พระบาทผาหนามครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดเวลากว่า ๑๐ ปีที่ท่านได้ละสังขารจากโลกนี้ไป

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นย่อมขึ้นอยู่กับศรัทธามหาชนเป็นที่ตั้ง

เรื่องที่จะเล่าขาน ในที่นี้ยังมิเคยได้นำลงพิมพ์มาก่อนโดยส่วนใหญ่

ปราบผี

ในสมัยที่ท่านครูบาศรีวิชัยยังดำรงชีวิตอยู่ ท่านได้ทราบโดยญาณ เห็นถึงความสำคัญของเจดีย์พระธาตุห้าดวงในอำเภอลี้ว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ได้มีพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ได้ทรงเคยมาพำนักในสถานที่แห่งนี้

และเจดีย์สถานแห่งนี้ได้รับการสถาื่ปนามากว่าพันแล้ว จากพระนางจามเทวี ได้ชำรุดทรุดโทรมไป เห็นควรที่จะได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์

จึงให้คณะกะเหรี่ยงซึ่งเป็นชาวบ้านมาหักร้างถางพง แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเพราะสถานที่แห่งนี้ชาวบ้านถือกันวา ผีดุ มีความน่ากลัวเต็มไปด้วย ต้นบุนนาค

มีชาวบ้านหลายรายเคยมาตัดต้นไม้เหล่านี้ ต้องมีอันเป็นไปโดยไม่ปรากฏสาเหตุ ทำให้ชาวบ้านเข็ดขยาด ลือกันให้แซดทั่วอำเภอลี้

จนกระทั่งครูบาศรีวิชัยต้องมอบหมายพระหนุ่ม ท่านครูบาขาวปี มาโดยเฉพาะ และได้นำคณะศรัทธาไปถึงสถานที่ดังกล่าวหลังจากครูบาขาวปีได้นำก้อนหินในสถานที่แห่งนั้น มาบริกรรมทำพิธีอยู่ครู่หนึ่งและโยนไปโดยรอบ ท่านจึงประกาศให้คณะศรัทธา ลงมือฟัน ๆ ๆ ต้นบุนนาคในบริเวณวัดทันที เพื่อดำเนินการปรับปรุงพัฒนาสถานที่ และคณะศรัทธาชาวบ้านก็มิได้รับอันตรายแต่ประการใดในเวลาต่อมา

จากเหตุการณ์คราวนั้นมีส่วนเกื้อหนุนทำให้ชาวบ้านเล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ในหมู่กระเหรี่ยงหรือยาง แสดงถึงการฉายแววของนักบุญองค์ที่สองแห่งล้านนาไทย เปรียบประดุจเพชรที่ได้รับการเจียระไนในเบื้องต้นแล้ว

ระงับภัยโจร

 
ครูบาศรีวิชัย
พ่อเฒ่าฝนเป็นอุปัฏฐากท่านครูบาขาวปีมาหลายปี ปัจจุบันมีอายุ ๖๘ ปี ได้ย้อนระลึกถึงเหตุการณ์ ณ ตำบลห้วยไคร้เขตรอยต่อระหว่างอำเภอลี้ กับอำเภอเถินว่า ในสมัยก่อน แถวนั้นยังเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ที่มีช่องทางระหว่างเขามาบรรจบกัน

ซึ่งโจรผู้ร้ายในสมัยนั้นใช้เป็นช่องทางการเดินทางสำหรับลักวัวควายของชาวบ้าน โดยหลบหนีออกทางนั้นเป็นประจำ

เพราะความชุกชุมอย่างดาษดื่นนั่นเอง ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเป็นอันมาก เจ้าหน้าที่บ้านเมืองมักดูแลไม่ถึง

ผู้คนในสมัยนั้นก็ไม่มีมากมายเช่นเดียวกับสมัยนี้ประชาชนในถิ่นนั้นไม่ทราบจะหันหน้าไปพึ่งใคร ต่างก็มุ่งหาท่านครูบาขาวปีผู้เป็นเอกแห่งมหาชน ได้ร้องขอให้ท่านไปช่วยจัดการกับพวกโจรให้ที

ครูบาตอบว่า "เรานั้นเป็นพระจะให้ไปรบกับโจรก็จะถูกเขายิงตายซิ"

ชาวบ้านกล่าวว่า "มิได้หมายความว่าเช่นนั้น คือขอให้หาวิธีใดก็ได้ อย่าให้โจรมันมาลักวัวควายชาวบ้านอีก"

ในที่สุด ครูบาทนสงสารชาวบ้านที่มารบเร้าร้องขอไม่ได้ ท่านได้ตอบว่า "เอ้า ไปก็ไป"

เมื่อท่านได้ติดตามชาวบ้านไป ท่านได้นำหินติดตัวไปสองสามก้อน จนถึงบริเวณเส้นทางที่โจรใช้ในการสัญจรเป็นประจำท่านก็บ่นอุบอิบ ๆ แล้วก็เป่าหรือว่าจะเสกคาถาก็สุดที่จะเดาได้ แล้วโยนหินลงไปในช่องเขาทางโจรนั้นพิธีมีสั้น ๆ พอเสร็จท่านก็เดินทางกลับ

ชาวบ้านบางคนบ่น "แหมทำแค่นี้หรือจะมาปราบโจร"

บางคนหัวเราะ กล่าววิจารณ์ "การอวดตัวเป็นผู้วิเศษ" โดยไม่สืบสาวต้นตอ

ต่อมาประมาณครึ่งเดือน มีวัวควายหายอีก ชาวบ้านได้รวมกลุ่มและติดตามสะกดรอยเท้าสัตว์และพวกโจรไป ปรากฏได้ควายคืนมาถึงสองสามคราวติดต่อกันจนเป็นที่อัศจรรย์

ภายหลังได้มีการเปิดเผยเหตุการณ์จากชาวบ้านต่างถิ่นซึ่งยึดอาชีพโจร ได้บอกกล่าวให้ชาวบ้านด้วยกันรู้หลังเลิกอาชีพโจรแล้วว่า

เมื่อลักวัวควายเดินมา ถึงช่องทางสัญจรที่ครูบาได้มาทำพิธีไว้ ควายจะมีอาการดุร้ายขึ้นมาทันที ไล่ขวิดพวกโจร ไล่ทำร้ายบ้าง

ควายบางตัวดื้อดึงไม่เชื่อฟังคำสั่ง สะบัดเชือกหนีกลับมาเส้นทางเดิม ต่อมาโจรจำเป็นเหล่านั้นได้ยินคำเล่าลือจากชาวบ้านว่าท่านครูบาขาวปีได้กระทำพิธีปราบโจร ณ สถานที่นั้นไว้ พวกโจรจึงเกิดความละอายและเกรงกลัว ในที่สุดก็เลิกอาชีพโจรในเวลาต่อมาโดยได้เปิดเผยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านคลายความวิตกกังวลในเรื่องทรัพย์สิน นอนหลับอย่างเป็นสุข ความร่มเย็นได้เกิดขึ้นอีกครั้ง

เมื่อมาดี ย่อมไม่มีเหตุ

 
ครูบาชัยวงศาพัฒนา
วัดพระพทธบาทห้วยต้ม
ท่านพระภิกษุรูปหนึ่งพำนักอยู่ศาลาท่าน้ำดอยเต่า ได้ปรารภกับโยมท่านหนึ่งถึงความดีของท่านครูบาขาวปีว่า นานวันประชาชนทั้งหลายเริ่มจะลืมเลือนจึงชักชวนโยมท่านหนึ่งไปกราบนมัสการครูบาชัยวงศ์ ณ วัดพระบาทห้วยต้ม และ นิมนต์ท่านเ์ื่ป็นประธานในการสร้างอนุสาวรีย์ครูบาขาวปี

โดยอาศัย ศรัทธามหาชนในกา์รสนับสนุนการก่อสร้าง อันเป็นการแสดงความกตเวทิตา รำลึกถึงคุณงามความดีที่ได้จรรโลงไว้

การเดินทางไปพระบาทห้วยต้มได้เหมารถจากในตัวเมืองเชียงใหม่ไป มีคนขับรถชื่อ นายมอม

ในขณะเดินทางกลับ คณะผู้จ้างเหมามิได้มีความรีบร้อนแต่ประการใด และ มิได้สั่งให้ขับรถเร็ว แต่ด้วยความคึกคะนองของนายมอม ซึ่งเป็นวัยรุ่นอาุยุ ๒๐ปีีเศษ ได้รีบร้อนเดินทางกลับเชียงใหม่ เพื่อจะได้รับจ้างขับรถในเวียงวันนั้นต่ออีก ได้ขับรถโดยสารสองแถวกลับด้วยความเร็วเฉลี่ยกว่า ๑๐๐ ก.ม. ต่อ ช.ม.

จนมาถึงทางโค้งเลยโรงพยาบาลอำเภอลี้มาเล็กน้อย มีวัยรุ่นซึ่งเป็นหญิงสาวพนักงานในร้านขายเครื่องไฟฟ้าของอำเภอลี้ ขับจักรยานตัดหน้าบนทางโค้ง เพราะคิดว่าคงจะข้ามพ้นไปอีกฝั่งหนึ่งได้ ในระยะไม่ถึง ๒๐ เมตร

ผลคือรถคันนั้นชนรถจักรยานเข้ากลางคัน มีรอยเบรกล้อรถยาวประมาณ ๑๐ เมตร ตัวผู้หญิงกระเด็นพลัดตกลงไปข้างทางโดยไม่ทันเห็นว่า เป็นใครด้วยซ้ำ

คณะผู้จ้างเหมาบอกให้นายม่อมหยุดรถเพื่อดูแลคนเจ็บ แต่นายม่อมหาหยุดไม่ตามสัญชาตญาณของตีนผี

คณะเดินทางได้ตั้งจิตอฐิษฐานถึงท่านครูบาศรีวิชัย และท่านครูบาขาวปี ขณะที่นั่งรถผ่านวัดพระบาทผาหนาม

 “ทำไมต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ีขึ้น เมื่อเรามาดี ขอให้เด็กคนนั้นอย่าไค้เป็นอะไรเลย”

จากนั้นได้นำคนขับเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ด่านแม่ตืนซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามกลับไปทางโรงพยาบาล

ผลก็คือเด็กสาวมิได้เป็นอะไรเพียงเย็บที่ขา ๘ เข็ม หมอให้นอนพักรอดูอาการที่โรงพยาบาล ๑ คืนและให้กลับบ้านไปได้ในวันรุ่งขึ้น

สภาพเด็กเหมือนมิได้เป็นอะไร สวนจักรยานบี้แหลกทั้งคันชาวบ้านเห็นแล้วไม่เชื่อว่าคนขับขี่จักรยานจะรอดได้

คนขับรถได้ใช้ค่าเสียหายเป็นที่พอใจแก่ทุกฝ่ายแล้ว ศาลได้สั่งปรับและรอลงอาญา ๒ ปี จึงกลับบ้านมาหาลูกเมียในเชียงใหม่ได้

รถมหาสนุก

นายวินัย อยู่บ้านหนองปู อำเภอดอยเต่า สมัยเมื่อเป็นหนุ่มครบเกณฑ์รับราชการทหาร ได้เล่าให้ฟังว่า สมัยที่เส้นทางอำเภอฮอด เชียงใหม่ ถึงบ้านแม่ตืน อำเภอลี้  จังหวัดลำพูนนั้นมีสภาพเป็นดินลูกรัง

วันนั้นท่านครูบาขาวปีได้เดินทางไปพระบาทตะเมาะ ผ่านบ้านหนองปูโดยรถบรรทุก มีเส้นทางอยู่ช่วงหนึ่งเป็นสะพานไม้ผุพังที่ใช้ข้ามลำธาร ตรงคอสะพานมีสภาพขรุขระคดเคี้ยวมากสมัยนั้น

คนขับรถที่ครูบาขาวปีนั่งมา ได้นำรถหลบหลีกหลุมบ่อ เลี้ยวจากสะพานลงอ้อมไปตามลำห้วยที่ไม่ลึก ตีโค้งเข้าถนนลูกรังที่เชื่อมกับคอสะพานอีกด้านหนึ่ง ซึ่งมีสภาพคดเคี้ยวเป็นหลุมบ่อได้แล้วก็วิ่งขึ้นสู่เนิน ซึ่งเป็นทางคดเคี้ยวเป็นวงโค้งไปมาสู่ที่ชันขึ้นเรื่อย ๆ

รถเกิดสภาพเครื่องร้อนหมดกำลัง แต่คนขับก็กระหน่ำเท้าเหยียบคันเร่งเพื่อให้รถพ้นเนินไปให้ได้ในช่วงนั้น

บังเอิญรถเกิดเพลาหลุดกระทบกับพื้นถนนดังค้องแค้ง คนขับรถเกิดความตกใจกระโดดหนี เพราะรถเริ่มจะถอยไหลกลับลงสู่ข้างล่าง

ขณะนั้นท่านครูบามีสติดีมากได้ยืนอยู่บนรถบรรทุกด้านหลังเห็นคนขับรถขยับท่าจะกระโดด ก็ได้ร้องห้ามไว้ แต่ไม่ไวเท่ากับสารถีหัวเห็ด ซึ่งกระโดดพรวดลงไปก่อนเสียแล้ว

ในที่สุดรถก็ค่อย ๆ ไหลมาตามทางโค้งที่ลาดชันของถนนลูกรัง โดยขาดการควบคุม จนไหลมาหยุดระหว่างห้วยพอดี หากรถไม่เลี้ยวถอยหลังมาตามทาง พุ่งตรงตามธรรมดาก็คงตกเหวเป็นแน่

มีคนในเหตุการณ์สงสัยกันมาก ทั้งที่รถถอยหลัง ขณะที่เพลาหลุดนั้นมีลักษณะเหมือนมีคนมาบังคับให้ไหลเลี้ยวตามโค้งได้อย่างไร

อานิสงส์ของคุณงามความดีนั้นย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม กฤดาภินิหารจึงบังเกิดขึ้น

บางท่านอาจมีความเห็นแย้งว่าเป็นความบังเอิญ แต่ความบังเอิญนั้นคงไม่สามารถนำรถเพลาหลุดไหลมาดามโค้งถนนทุกเลี้ยวได้ เว้นแต่อภิญญา 5 ที่ปรากฏขึ้นในจิตที่ฝึกดีแล้วเท่านั้นที่จะแปลกแยกในส่วนความเห็นในเหตุการณ์นี้ออกไป

ฝนทิพย์

จากความทรงจำ ของพ่อน้อยคำ (พ่อน้อย ความหมายในที่นี่คือ ผู้ที่บวชเป็นสามเณรแล้วสึกออกมา ทางเมืองเหนือเรียกว่า พ่อน้อย) อายุท่านได้ ๗๕ ปีแล้ว ท่านได้คลุกคลีตีโมงกับท่านครูบาขาวปีมาตลอด

โดยปกติพวกกะเหรี่ยงหรือทางเหนือเรียกว่าพวกยาง นับถือท่านครูบาขาวดุจเทพเจ้าของเขา

ในท้องที่ถิ่นอำเภอลี้มีช่วงหนึ่งระยะเวลาประมาณ ๒ ปี ฝนไม่ตก มีสภาพพื้นดิน อากาศแห้งแล้ง พวกกะเหรี่ยงได้ประชุมหารือและเข้ามาหาท่านครูบา และแสดงความคิดเห็นว่า

 “พวกเราคงจะอยู่กับท่านครูบาไม่ได้แล้ว จะปลูกข้าวบนดอยหรือข้าวไร่ก็ไม่ได้เพราะไม่มีฝน น้ำจะดื่มกินก็ได้มี พวกเราจำต้องย้ายบ้าน”

ครูบาถามว่า “พวกสูจะย้ายไปที่ใด”

กะเหรี่ยงตอบว่า “หมู่เฮาจะไปอยู่ไกลที่มีน้ำมีท่า คงจะมาหาครูบาบ่อยๆ ไม่ได้ นาน ๆ จะมาหาครูบาที ครูบามีงานทำบุญก่อสร้าง พวกเฮาคงจะมาช่วยไม่ได้”

ครูบาแย้งว่า “พวกสูอย่าไปไหนเลย สร้างวัดก็ยังไม่เสร็จ"

พวกกะเหรี่ยงได้ที ก็พูดจาประสาซื่อ “ถ้าจะให้พวกเฮาอยู่ช่วยครูบาสร้างวัดให้เสร็จ ครูบาก็ช่วยทำฝนให้หน่อยซิ”

ครูบาฟังแล้วก็ยิ้มและได้กระทำเชิงหยอก โดยไปหยิบทรายจากพื้นดินกลางแจ้งแล้วก็ซัดโปรยขึ้นไปในอากาศ และพูดว่า

“ตูทำฝนให้พวกสูแล้ว”

เมื่อครูบาขาวปีกระทำการเสร็จแล้ว ท่านได้เดินกลับเข้ากุฏิกะเหรี่ยงยางได้เดินตามเข้าไปมิได้แสดงอาการไม่เชื่อเหมือนสมัยท่านอยู่ในวัยกลางคน

เพียงอึดใจต่อมาเหมือนปาฏิหาริย์ ท้องฟ้าที่ใส พื้นดินที่แห้งด้วยแสงแดดเผา ก็ได้มีเมฆหมอกมาบดบัง และได้มีพายุฝนโปรยลงมา นำความชุ่มชื้นสู่มวลประชากะเหรี่ยงยางดีใจ บอกพวกชาวบ้านเป็นข่าวไฟลามทุ่งให้ชาวบ้านงดการย้ายบ้าน มาร่วมกันทำบุญกับท่านครูบา ถึง ๓ วัน๓ คืน อันเนื่องจากฝนได้ตกลงมาสมเจตนารมณ์เขาแล้ว

ครูบาปราบเสือ

ในอดีตอำเภอลี้คือป่าอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้ และสิงสาราสัตว์ ประวัติศาสตร์ของหริภุญชัย

บางช่วงแห่งเวลา บริเวณอำเภอลี้เป็นที่หลบภัยของอดีตกษัตริย์ที่ถูกภัยคุกคามทางการเมือง จากอาณาจักรภายนอกเสมอ ๆ เพราะพื้นที่มีภูเขาสลับซับซ้อนหลายลูก ยากแก่การติดตาม มีสัตว์ป่าชุกชุม รวมทั้งเสือลายพาดกลอน ด้วยมีลำธารและแม่น้ำเป็นปัจจัยเพียงพอในการดำรงชีพ

ช่วงสมัยก่อน พ.ศ. ๒๕๐๐ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับเสือลายพาดกลอน มาหาเหยื่อในหมู่บ้าน กินสัตว์ของชาวบ้านอยู่เสมอ

ทุกคืนชาวบ้านต้องอดตาหลับขับตานอนไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน คอยสุมไฟเพื่อให้เสือกลัว

ก็มี บางคราว เสือได้มาทำร้ายเด็ก ขณะที่พ่อแม่ออกไปทำไร่ชาวบ้านเมื่อมีความเดือดร้อนขึ้นเป็นลำดับ ก็ได้มาขอร้องให้ท่านครูบาขาวปีช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขปราบเสือให้ที

ครูบาถึงกับอุทานว่า "มีเรื่องอะไรก็มาหาเฮา เฮาบ่ฮู้จะปราบจะใด ยิงปืนก็บ่เป็น ฆ่าสัตว์ก็ทำบ่ได้ เพราะเฮาบ่กินเนื้ออยู่แล้ว"

พวกชาวบ้านอุทธรณ์ว่า“ครูบา ขอแค่นี้ไม่ได้หรือ ช่วยโปรดพวกเราหน่อย เสือมันไปกัดเด็กลูกหลานหมู่เฮาด้วย”

ท่านครูบาเป็นฝั่งมีนิสัยรักเด็กอยู่แล้วถึงกับกล่าวด้วยความตกใจว่า “เอ! มันกินกระทั่งเด็กด้วยหรือ”

ชาวบ้านได้ตอบทันควัน “ไม่เชื่อถามชาวบ้านละแวกนั้นดูได้ เพิ่งฝังซากศพเด็กมานี่”

คราวนี้ครูบาก็ได้มาโปรดชาวบ้านอีก ได้เดินทางไปกับคณะศรัทธาเพื่อดูร่องรอยบริเวณที่เสือมาเพ่นพ่านและทิ้งหลักฐานไว้ ทานได้สังเกตและได้สั่งชาวบ้านไปเก็บก้อนหินมาให้ท่าน บริกรรมภาวนาและนำหินเหล่านั้นไปวางทับรอยเสือ และท่านได้ประกาศว่า

 “ต่อไุปนี้เสือพวกเอ็งเข้ามาไม่ได้อีกแล้ว เดี๋ยวนี้เฮาเป็นเสือที่ใหญ่กว่าพวกเอ็งอีก ถ้าเข้ามาก็จะกินพวกเอ็ง"

หลังจากนั้นเรื่อยมา เรื่องเสือก็กลับกลายจากร้ายมาเป็นดี ไม่มีเสือตัวใดมารบกวนชาวบ้านอีกเรื่องแปลกๆเหล่านี้ยังคงไว้ซึ่งความลี้ลับเช่นเดิมดั่งเป็นความลับของสวรรค์

สำหรับผู้สนใจในการปฏิบัติธรรมอาจเห็นว่ามิใช่เรื่องแปลก คำกล่าวธรรมดาถ้าออกจากผู้มีอริยธรรม อภิญญา ๕ แล้ว ทุกสิ่งเหมือนสำเร็จดังประสงค์ที่ตั้งจิตไว้ ทุกสิ่งสำคัญที่ใจ และสำเร็จด้วยใจดั่งพระพุทธวัจนะที่ได้ทรงตรัสไว้

อนุสรณ์สถาน

วัดพระบาทผาหนามเป็นสถานที่สุดท้ายที่ท่านครูบาอภิชัยขาวปี มาจำพรรษาพำนักช่วงปัจฉิมวัย มีอายุได้ ๘๓ ปี คณะศรัทธาวัดสันทุ่งฮ่าม แห่งจังหวัดลำปางได้มานิมนต์ท่านเป็นประธานการก่อสร้างที่วัดทุ่งฮ่าม

ไม่นานคณะศรัทธาจากวัดท่าต้นธงชัย จังหวัดสุโขทัย ได้มานิมนต์ไปเป็นประธานในการสร้างวิหารเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๒๐

พอล่วงพ้นวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๒๐ ท่านก็ได้จากไปอย่างสงบ

ผลงานที่ได้ถวายแด่พระบวรพุทธศาสนา ความเมตตาที่มีต่อประชาชนอย่างไม่สิ้นสุด ในการเป็นประธานการสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่ราชการช่วงระยะเวลาอายุ ๒๔-๘๓ ปี นับรวมทั้งสิ้นได้ ๙๖ แห่ง

ทั้งนี้ไม่รวมถึงงานที่ ท่านครูบาศรีวิชัยเป็นประธาน และท่านได้นำพวกยางหรือกะเหรี่ยงเข้าร่วมการสนับสนุนการพัฒนาอีกหลายๆแห่งในฐานะ ลูกศิษย์หนุนช่วยครูบาอาจารย์ ดังเช่นถนนขึ้นดอยสุเทพ เป็นต้น

แต่งานพัฒนาทางขึ้นพระบาทผาหนามและในส่วนอื่นของอารามของพระบาทผาหนามยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ คณะศรัทธาที่เคยมานิมนต์จาก สถานที่ต่าง ๆ ถูกกลืนเข้ากับกระแสกาลเวลาต่างเงียบกันไปหมด

พระครูใบฎีกา ชัยวงศาพัฒนา แห่งวัดพระบาทห้วยต้มตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนได้กล่าวกับญาติโยมทั้งหลาย ที่วัดพระธาตุ ๕ ดวง เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๓๐

"ท่านครูบาขาวปี ท่านเป็นนักบุญแห่งล้านนา ช่วยบ้านเมืองสรรสร้างโรงเรียนทุกที่ทุกหน

ฉะนั้นพวกโยมทั้งหลายดีใจเห็นคุณของท่านแล้วก็หาอนุสรณ์ไว้ ช่วยกันสร้างอนุสาวรีย์ไว้ที่ท่านอยู่ที่วัดผาหนาม เพื่อลูกหลานจะได้เห็นต่อไป"

ครูบาศรีวิไชย อภินิหารบารมีครูบาขาวปี

(ครูบาศรีวิชัยน้อย)

วัดพระพุทธบาทผาหนาม

ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน

โดย รามราช

นิตยสารโลกทิพย์ ฉบับที่ ๑๑๔ ปีที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๓๐

 

ท่านครูบาขาวปีทายาททางธรรมที่ได้สืบเนื่องงานพัฒนาและรับมอบหมายจากจากท่านครูบาศรีวิชัย หลายชิ้นจนได้รับคำชมเชยจากท่านว่าเป็น ศรีวิชัยน้อย นักบุญล้านนา องค์ที่สอง

ท่านได้สร้างสรรค์ผลงานไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นรูปถาวรวัตถุทั้งในศาสนจักรและอาณาจักรซึ่งท่านได้มีส่วนร่วมไม่ต่ำกว่าร้อยแห่งตลอดอายุขัย ๘๓ ปีของท่าน จึงได้รับโล่เกียรติคุณจากทางราชการมากมาย

แม้ในด้านการเผยแพร่ ธรรมะ ท่านก็ได้ปฏิบัติควบคู่กันไปด้วย ท่านเป็นแบบอย่างแก่มนุษย์ ทั้งหลายที่เพียรพยายามสร้างแต่คุณงามความดี ไมให้จิตตกอยู่ในอำนาจฝ่ายต่ำ สมควรที่นักพัฒนาทั้งหลายในปัจจุบันจะดำเนินรอยตาม

 
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
แม้แต่ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้มีอำนาจล้นเหลือในระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๐๖ ได้รับทราบผลงานของท่านครูบาขาวปี ยังใคร่ปรารถนามานมัสการกราบคารวะท่าน ผู้มีใจมุ่งพัฒนา ยอมอุทิศชีวิตเพื่อพระบวรพุทธศาสนาและสังคมโดยส่วนรวม ไม่ปรารถนาผลตอบแทนแต่ประการใด

แม้ว่าท่านครูบามิได้มีสมณศักดิ์หรือสถานภาพที่สูงส่งในสังคมก็ตาม แต่ท่านจอมพลสฤษดิ์ ก็ได้ปวารณาตัวจะช่วยอุปถัมภ์ในการก่อสร้างโรงเรียนในชนบทที่ห่างไกลให้ครบ ๑๐๐ หลัง ก่อนที่ ฯพณฯ จะถึงแก่อสัญกรรม ไม่นาน

เรื่องของ ท่านครูบาขาวปี ยังมีอีกมากมายที่เกิดจากการเล่าขานของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งนับวันก็ยิ่งจะสูญหายไปกับกาลเวลา หากมิได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานในที่นี้อีกส่วนหนึ่ง ย่อมเป็นสิ่งที่ยากต่อผู้เรียบเรียงเรื่องของครูบาผู้เป็นอริยบุคคลในภายภาคหน้าให้สมบูรณ์ต่อไป

มูลเหตุที่ได้นำเรื่องเล่าขานนี้มาเผยแพร่ เพื่อมิให้อนุชนลืมเลือนไปโดยง่าย อีกทั้งจะเป็นเม็ดทรายที่จะก่อรูปเป็นกุศลวัตถุอนุสาวรีย์ในความดีของท่านที่มีต่อมวลมนุษย์

ซึ่งเรื่องนี้เริ่มจัดดำเนินการให้เป็นรูปร่างอย่างแท้จริง ภายใต้ความเห็นชอบของ ครูบาวงศ์ หรือพระครูใบฎีกาชัยวงศาพัฒนา แห่งวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม มิใช่เป็นแต่เพียงคำปรารภของผู้มาเยือนที่พระบาทผาหนามครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดเวลากว่า ๑๐ ปีที่ท่านได้ละสังขารจากโลกนี้ไป

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นย่อมขึ้นอยู่กับศรัทธามหาชนเป็นที่ตั้ง

เรื่องที่จะเล่าขาน ในที่นี้ยังมิเคยได้นำลงพิมพ์มาก่อนโดยส่วนใหญ่

ปราบผี

ในสมัยที่ท่านครูบาศรีวิชัยยังดำรงชีวิตอยู่ ท่านได้ทราบโดยญาณ เห็นถึงความสำคัญของเจดีย์พระธาตุห้าดวงในอำเภอลี้ว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ได้มีพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ได้ทรงเคยมาพำนักในสถานที่แห่งนี้

และเจดีย์สถานแห่งนี้ได้รับการสถาื่ปนามากว่าพันแล้ว จากพระนางจามเทวี ได้ชำรุดทรุดโทรมไป เห็นควรที่จะได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์

จึงให้คณะกะเหรี่ยงซึ่งเป็นชาวบ้านมาหักร้างถางพง แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเพราะสถานที่แห่งนี้ชาวบ้านถือกันวา ผีดุ มีความน่ากลัวเต็มไปด้วย ต้นบุนนาค

มีชาวบ้านหลายรายเคยมาตัดต้นไม้เหล่านี้ ต้องมีอันเป็นไปโดยไม่ปรากฏสาเหตุ ทำให้ชาวบ้านเข็ดขยาด ลือกันให้แซดทั่วอำเภอลี้

จนกระทั่งครูบาศรีวิชัยต้องมอบหมายพระหนุ่ม ท่านครูบาขาวปี มาโดยเฉพาะ และได้นำคณะศรัทธาไปถึงสถานที่ดังกล่าวหลังจากครูบาขาวปีได้นำก้อนหินในสถานที่แห่งนั้น มาบริกรรมทำพิธีอยู่ครู่หนึ่งและโยนไปโดยรอบ ท่านจึงประกาศให้คณะศรัทธา ลงมือฟัน ๆ ๆ ต้นบุนนาคในบริเวณวัดทันที เพื่อดำเนินการปรับปรุงพัฒนาสถานที่ และคณะศรัทธาชาวบ้านก็มิได้รับอันตรายแต่ประการใดในเวลาต่อมา

จากเหตุการณ์คราวนั้นมีส่วนเกื้อหนุนทำให้ชาวบ้านเล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ในหมู่กระเหรี่ยงหรือยาง แสดงถึงการฉายแววของนักบุญองค์ที่สองแห่งล้านนาไทย เปรียบประดุจเพชรที่ได้รับการเจียระไนในเบื้องต้นแล้ว

ระงับภัยโจร

 
ครูบาศรีวิชัย
พ่อเฒ่าฝนเป็นอุปัฏฐากท่านครูบาขาวปีมาหลายปี ปัจจุบันมีอายุ ๖๘ ปี ได้ย้อนระลึกถึงเหตุการณ์ ณ ตำบลห้วยไคร้เขตรอยต่อระหว่างอำเภอลี้ กับอำเภอเถินว่า ในสมัยก่อน แถวนั้นยังเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ที่มีช่องทางระหว่างเขามาบรรจบกัน

ซึ่งโจรผู้ร้ายในสมัยนั้นใช้เป็นช่องทางการเดินทางสำหรับลักวัวควายของชาวบ้าน โดยหลบหนีออกทางนั้นเป็นประจำ

เพราะความชุกชุมอย่างดาษดื่นนั่นเอง ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเป็นอันมาก เจ้าหน้าที่บ้านเมืองมักดูแลไม่ถึง

ผู้คนในสมัยนั้นก็ไม่มีมากมายเช่นเดียวกับสมัยนี้ประชาชนในถิ่นนั้นไม่ทราบจะหันหน้าไปพึ่งใคร ต่างก็มุ่งหาท่านครูบาขาวปีผู้เป็นเอกแห่งมหาชน ได้ร้องขอให้ท่านไปช่วยจัดการกับพวกโจรให้ที

ครูบาตอบว่า "เรานั้นเป็นพระจะให้ไปรบกับโจรก็จะถูกเขายิงตายซิ"

ชาวบ้านกล่าวว่า "มิได้หมายความว่าเช่นนั้น คือขอให้หาวิธีใดก็ได้ อย่าให้โจรมันมาลักวัวควายชาวบ้านอีก"

ในที่สุด ครูบาทนสงสารชาวบ้านที่มารบเร้าร้องขอไม่ได้ ท่านได้ตอบว่า "เอ้า ไปก็ไป"

เมื่อท่านได้ติดตามชาวบ้านไป ท่านได้นำหินติดตัวไปสองสามก้อน จนถึงบริเวณเส้นทางที่โจรใช้ในการสัญจรเป็นประจำท่านก็บ่นอุบอิบ ๆ แล้วก็เป่าหรือว่าจะเสกคาถาก็สุดที่จะเดาได้ แล้วโยนหินลงไปในช่องเขาทางโจรนั้นพิธีมีสั้น ๆ พอเสร็จท่านก็เดินทางกลับ

ชาวบ้านบางคนบ่น "แหมทำแค่นี้หรือจะมาปราบโจร"

บางคนหัวเราะ กล่าววิจารณ์ "การอวดตัวเป็นผู้วิเศษ" โดยไม่สืบสาวต้นตอ

ต่อมาประมาณครึ่งเดือน มีวัวควายหายอีก ชาวบ้านได้รวมกลุ่มและติดตามสะกดรอยเท้าสัตว์และพวกโจรไป ปรากฏได้ควายคืนมาถึงสองสามคราวติดต่อกันจนเป็นที่อัศจรรย์

ภายหลังได้มีการเปิดเผยเหตุการณ์จากชาวบ้านต่างถิ่นซึ่งยึดอาชีพโจร ได้บอกกล่าวให้ชาวบ้านด้วยกันรู้หลังเลิกอาชีพโจรแล้วว่า

เมื่อลักวัวควายเดินมา ถึงช่องทางสัญจรที่ครูบาได้มาทำพิธีไว้ ควายจะมีอาการดุร้ายขึ้นมาทันที ไล่ขวิดพวกโจร ไล่ทำร้ายบ้าง

ควายบางตัวดื้อดึงไม่เชื่อฟังคำสั่ง สะบัดเชือกหนีกลับมาเส้นทางเดิม ต่อมาโจรจำเป็นเหล่านั้นได้ยินคำเล่าลือจากชาวบ้านว่าท่านครูบาขาวปีได้กระทำพิธีปราบโจร ณ สถานที่นั้นไว้ พวกโจรจึงเกิดความละอายและเกรงกลัว ในที่สุดก็เลิกอาชีพโจรในเวลาต่อมาโดยได้เปิดเผยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านคลายความวิตกกังวลในเรื่องทรัพย์สิน นอนหลับอย่างเป็นสุข ความร่มเย็นได้เกิดขึ้นอีกครั้ง

เมื่อมาดี ย่อมไม่มีเหตุ

 
ครูบาชัยวงศาพัฒนา
วัดพระพทธบาทห้วยต้ม
ท่านพระภิกษุรูปหนึ่งพำนักอยู่ศาลาท่าน้ำดอยเต่า ได้ปรารภกับโยมท่านหนึ่งถึงความดีของท่านครูบาขาวปีว่า นานวันประชาชนทั้งหลายเริ่มจะลืมเลือนจึงชักชวนโยมท่านหนึ่งไปกราบนมัสการครูบาชัยวงศ์ ณ วัดพระบาทห้วยต้ม และ นิมนต์ท่านเ์ื่ป็นประธานในการสร้างอนุสาวรีย์ครูบาขาวปี

โดยอาศัย ศรัทธามหาชนในกา์รสนับสนุนการก่อสร้าง อันเป็นการแสดงความกตเวทิตา รำลึกถึงคุณงามความดีที่ได้จรรโลงไว้

การเดินทางไปพระบาทห้วยต้มได้เหมารถจากในตัวเมืองเชียงใหม่ไป มีคนขับรถชื่อ นายมอม

ในขณะเดินทางกลับ คณะผู้จ้างเหมามิได้มีความรีบร้อนแต่ประการใด และ มิได้สั่งให้ขับรถเร็ว แต่ด้วยความคึกคะนองของนายมอม ซึ่งเป็นวัยรุ่นอาุยุ ๒๐ปีีเศษ ได้รีบร้อนเดินทางกลับเชียงใหม่ เพื่อจะได้รับจ้างขับรถในเวียงวันนั้นต่ออีก ได้ขับรถโดยสารสองแถวกลับด้วยความเร็วเฉลี่ยกว่า ๑๐๐ ก.ม. ต่อ ช.ม.

จนมาถึงทางโค้งเลยโรงพยาบาลอำเภอลี้มาเล็กน้อย มีวัยรุ่นซึ่งเป็นหญิงสาวพนักงานในร้านขายเครื่องไฟฟ้าของอำเภอลี้ ขับจักรยานตัดหน้าบนทางโค้ง เพราะคิดว่าคงจะข้ามพ้นไปอีกฝั่งหนึ่งได้ ในระยะไม่ถึง ๒๐ เมตร

ผลคือรถคันนั้นชนรถจักรยานเข้ากลางคัน มีรอยเบรกล้อรถยาวประมาณ ๑๐ เมตร ตัวผู้หญิงกระเด็นพลัดตกลงไปข้างทางโดยไม่ทันเห็นว่า เป็นใครด้วยซ้ำ

คณะผู้จ้างเหมาบอกให้นายม่อมหยุดรถเพื่อดูแลคนเจ็บ แต่นายม่อมหาหยุดไม่ตามสัญชาตญาณของตีนผี

คณะเดินทางได้ตั้งจิตอฐิษฐานถึงท่านครูบาศรีวิชัย และท่านครูบาขาวปี ขณะที่นั่งรถผ่านวัดพระบาทผาหนาม

 “ทำไมต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ีขึ้น เมื่อเรามาดี ขอให้เด็กคนนั้นอย่าไค้เป็นอะไรเลย”

จากนั้นได้นำคนขับเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ด่านแม่ตืนซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามกลับไปทางโรงพยาบาล

ผลก็คือเด็กสาวมิได้เป็นอะไรเพียงเย็บที่ขา ๘ เข็ม หมอให้นอนพักรอดูอาการที่โรงพยาบาล ๑ คืนและให้กลับบ้านไปได้ในวันรุ่งขึ้น

สภาพเด็กเหมือนมิได้เป็นอะไร สวนจักรยานบี้แหลกทั้งคันชาวบ้านเห็นแล้วไม่เชื่อว่าคนขับขี่จักรยานจะรอดได้

คนขับรถได้ใช้ค่าเสียหายเป็นที่พอใจแก่ทุกฝ่ายแล้ว ศาลได้สั่งปรับและรอลงอาญา ๒ ปี จึงกลับบ้านมาหาลูกเมียในเชียงใหม่ได้

รถมหาสนุก

นายวินัย อยู่บ้านหนองปู อำเภอดอยเต่า สมัยเมื่อเป็นหนุ่มครบเกณฑ์รับราชการทหาร ได้เล่าให้ฟังว่า สมัยที่เส้นทางอำเภอฮอด เชียงใหม่ ถึงบ้านแม่ตืน อำเภอลี้  จังหวัดลำพูนนั้นมีสภาพเป็นดินลูกรัง

วันนั้นท่านครูบาขาวปีได้เดินทางไปพระบาทตะเมาะ ผ่านบ้านหนองปูโดยรถบรรทุก มีเส้นทางอยู่ช่วงหนึ่งเป็นสะพานไม้ผุพังที่ใช้ข้ามลำธาร ตรงคอสะพานมีสภาพขรุขระคดเคี้ยวมากสมัยนั้น

คนขับรถที่ครูบาขาวปีนั่งมา ได้นำรถหลบหลีกหลุมบ่อ เลี้ยวจากสะพานลงอ้อมไปตามลำห้วยที่ไม่ลึก ตีโค้งเข้าถนนลูกรังที่เชื่อมกับคอสะพานอีกด้านหนึ่ง ซึ่งมีสภาพคดเคี้ยวเป็นหลุมบ่อได้แล้วก็วิ่งขึ้นสู่เนิน ซึ่งเป็นทางคดเคี้ยวเป็นวงโค้งไปมาสู่ที่ชันขึ้นเรื่อย ๆ

รถเกิดสภาพเครื่องร้อนหมดกำลัง แต่คนขับก็กระหน่ำเท้าเหยียบคันเร่งเพื่อให้รถพ้นเนินไปให้ได้ในช่วงนั้น

บังเอิญรถเกิดเพลาหลุดกระทบกับพื้นถนนดังค้องแค้ง คนขับรถเกิดความตกใจกระโดดหนี เพราะรถเริ่มจะถอยไหลกลับลงสู่ข้างล่าง

ขณะนั้นท่านครูบามีสติดีมากได้ยืนอยู่บนรถบรรทุกด้านหลังเห็นคนขับรถขยับท่าจะกระโดด ก็ได้ร้องห้ามไว้ แต่ไม่ไวเท่ากับสารถีหัวเห็ด ซึ่งกระโดดพรวดลงไปก่อนเสียแล้ว

ในที่สุดรถก็ค่อย ๆ ไหลมาตามทางโค้งที่ลาดชันของถนนลูกรัง โดยขาดการควบคุม จนไหลมาหยุดระหว่างห้วยพอดี หากรถไม่เลี้ยวถอยหลังมาตามทาง พุ่งตรงตามธรรมดาก็คงตกเหวเป็นแน่

มีคนในเหตุการณ์สงสัยกันมาก ทั้งที่รถถอยหลัง ขณะที่เพลาหลุดนั้นมีลักษณะเหมือนมีคนมาบังคับให้ไหลเลี้ยวตามโค้งได้อย่างไร

อานิสงส์ของคุณงามความดีนั้นย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม กฤดาภินิหารจึงบังเกิดขึ้น

บางท่านอาจมีความเห็นแย้งว่าเป็นความบังเอิญ แต่ความบังเอิญนั้นคงไม่สามารถนำรถเพลาหลุดไหลมาดามโค้งถนนทุกเลี้ยวได้ เว้นแต่อภิญญา 5 ที่ปรากฏขึ้นในจิตที่ฝึกดีแล้วเท่านั้นที่จะแปลกแยกในส่วนความเห็นในเหตุการณ์นี้ออกไป

ฝนทิพย์

จากความทรงจำ ของพ่อน้อยคำ (พ่อน้อย ความหมายในที่นี่คือ ผู้ที่บวชเป็นสามเณรแล้วสึกออกมา ทางเมืองเหนือเรียกว่า พ่อน้อย) อายุท่านได้ ๗๕ ปีแล้ว ท่านได้คลุกคลีตีโมงกับท่านครูบาขาวปีมาตลอด

โดยปกติพวกกะเหรี่ยงหรือทางเหนือเรียกว่าพวกยาง นับถือท่านครูบาขาวดุจเทพเจ้าของเขา

ในท้องที่ถิ่นอำเภอลี้มีช่วงหนึ่งระยะเวลาประมาณ ๒ ปี ฝนไม่ตก มีสภาพพื้นดิน อากาศแห้งแล้ง พวกกะเหรี่ยงได้ประชุมหารือและเข้ามาหาท่านครูบา และแสดงความคิดเห็นว่า

 “พวกเราคงจะอยู่กับท่านครูบาไม่ได้แล้ว จะปลูกข้าวบนดอยหรือข้าวไร่ก็ไม่ได้เพราะไม่มีฝน น้ำจะดื่มกินก็ได้มี พวกเราจำต้องย้ายบ้าน”

ครูบาถามว่า “พวกสูจะย้ายไปที่ใด”

กะเหรี่ยงตอบว่า “หมู่เฮาจะไปอยู่ไกลที่มีน้ำมีท่า คงจะมาหาครูบาบ่อยๆ ไม่ได้ นาน ๆ จะมาหาครูบาที ครูบามีงานทำบุญก่อสร้าง พวกเฮาคงจะมาช่วยไม่ได้”

ครูบาแย้งว่า “พวกสูอย่าไปไหนเลย สร้างวัดก็ยังไม่เสร็จ"

พวกกะเหรี่ยงได้ที ก็พูดจาประสาซื่อ “ถ้าจะให้พวกเฮาอยู่ช่วยครูบาสร้างวัดให้เสร็จ ครูบาก็ช่วยทำฝนให้หน่อยซิ”

ครูบาฟังแล้วก็ยิ้มและได้กระทำเชิงหยอก โดยไปหยิบทรายจากพื้นดินกลางแจ้งแล้วก็ซัดโปรยขึ้นไปในอากาศ และพูดว่า

“ตูทำฝนให้พวกสูแล้ว”

เมื่อครูบาขาวปีกระทำการเสร็จแล้ว ท่านได้เดินกลับเข้ากุฏิกะเหรี่ยงยางได้เดินตามเข้าไปมิได้แสดงอาการไม่เชื่อเหมือนสมัยท่านอยู่ในวัยกลางคน

เพียงอึดใจต่อมาเหมือนปาฏิหาริย์ ท้องฟ้าที่ใส พื้นดินที่แห้งด้วยแสงแดดเผา ก็ได้มีเมฆหมอกมาบดบัง และได้มีพายุฝนโปรยลงมา นำความชุ่มชื้นสู่มวลประชากะเหรี่ยงยางดีใจ บอกพวกชาวบ้านเป็นข่าวไฟลามทุ่งให้ชาวบ้านงดการย้ายบ้าน มาร่วมกันทำบุญกับท่านครูบา ถึง ๓ วัน๓ คืน อันเนื่องจากฝนได้ตกลงมาสมเจตนารมณ์เขาแล้ว

ครูบาปราบเสือ

ในอดีตอำเภอลี้คือป่าอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้ และสิงสาราสัตว์ ประวัติศาสตร์ของหริภุญชัย

บางช่วงแห่งเวลา บริเวณอำเภอลี้เป็นที่หลบภัยของอดีตกษัตริย์ที่ถูกภัยคุกคามทางการเมือง จากอาณาจักรภายนอกเสมอ ๆ เพราะพื้นที่มีภูเขาสลับซับซ้อนหลายลูก ยากแก่การติดตาม มีสัตว์ป่าชุกชุม รวมทั้งเสือลายพาดกลอน ด้วยมีลำธารและแม่น้ำเป็นปัจจัยเพียงพอในการดำรงชีพ

ช่วงสมัยก่อน พ.ศ. ๒๕๐๐ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับเสือลายพาดกลอน มาหาเหยื่อในหมู่บ้าน กินสัตว์ของชาวบ้านอยู่เสมอ

ทุกคืนชาวบ้านต้องอดตาหลับขับตานอนไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน คอยสุมไฟเพื่อให้เสือกลัว

ก็มี บางคราว เสือได้มาทำร้ายเด็ก ขณะที่พ่อแม่ออกไปทำไร่ชาวบ้านเมื่อมีความเดือดร้อนขึ้นเป็นลำดับ ก็ได้มาขอร้องให้ท่านครูบาขาวปีช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขปราบเสือให้ที

ครูบาถึงกับอุทานว่า "มีเรื่องอะไรก็มาหาเฮา เฮาบ่ฮู้จะปราบจะใด ยิงปืนก็บ่เป็น ฆ่าสัตว์ก็ทำบ่ได้ เพราะเฮาบ่กินเนื้ออยู่แล้ว"

พวกชาวบ้านอุทธรณ์ว่า“ครูบา ขอแค่นี้ไม่ได้หรือ ช่วยโปรดพวกเราหน่อย เสือมันไปกัดเด็กลูกหลานหมู่เฮาด้วย”

ท่านครูบาเป็นฝั่งมีนิสัยรักเด็กอยู่แล้วถึงกับกล่าวด้วยความตกใจว่า “เอ! มันกินกระทั่งเด็กด้วยหรือ”

ชาวบ้านได้ตอบทันควัน “ไม่เชื่อถามชาวบ้านละแวกนั้นดูได้ เพิ่งฝังซากศพเด็กมานี่”

คราวนี้ครูบาก็ได้มาโปรดชาวบ้านอีก ได้เดินทางไปกับคณะศรัทธาเพื่อดูร่องรอยบริเวณที่เสือมาเพ่นพ่านและทิ้งหลักฐานไว้ ทานได้สังเกตและได้สั่งชาวบ้านไปเก็บก้อนหินมาให้ท่าน บริกรรมภาวนาและนำหินเหล่านั้นไปวางทับรอยเสือ และท่านได้ประกาศว่า

 “ต่อไุปนี้เสือพวกเอ็งเข้ามาไม่ได้อีกแล้ว เดี๋ยวนี้เฮาเป็นเสือที่ใหญ่กว่าพวกเอ็งอีก ถ้าเข้ามาก็จะกินพวกเอ็ง"

หลังจากนั้นเรื่อยมา เรื่องเสือก็กลับกลายจากร้ายมาเป็นดี ไม่มีเสือตัวใดมารบกวนชาวบ้านอีกเรื่องแปลกๆเหล่านี้ยังคงไว้ซึ่งความลี้ลับเช่นเดิมดั่งเป็นความลับของสวรรค์

สำหรับผู้สนใจในการปฏิบัติธรรมอาจเห็นว่ามิใช่เรื่องแปลก คำกล่าวธรรมดาถ้าออกจากผู้มีอริยธรรม อภิญญา ๕ แล้ว ทุกสิ่งเหมือนสำเร็จดังประสงค์ที่ตั้งจิตไว้ ทุกสิ่งสำคัญที่ใจ และสำเร็จด้วยใจดั่งพระพุทธวัจนะที่ได้ทรงตรัสไว้

อนุสรณ์สถาน

วัดพระบาทผาหนามเป็นสถานที่สุดท้ายที่ท่านครูบาอภิชัยขาวปี มาจำพรรษาพำนักช่วงปัจฉิมวัย มีอายุได้ ๘๓ ปี คณะศรัทธาวัดสันทุ่งฮ่าม แห่งจังหวัดลำปางได้มานิมนต์ท่านเป็นประธานการก่อสร้างที่วัดทุ่งฮ่าม

ไม่นานคณะศรัทธาจากวัดท่าต้นธงชัย จังหวัดสุโขทัย ได้มานิมนต์ไปเป็นประธานในการสร้างวิหารเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๒๐

พอล่วงพ้นวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๒๐ ท่านก็ได้จากไปอย่างสงบ

ผลงานที่ได้ถวายแด่พระบวรพุทธศาสนา ความเมตตาที่มีต่อประชาชนอย่างไม่สิ้นสุด ในการเป็นประธานการสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่ราชการช่วงระยะเวลาอายุ ๒๔-๘๓ ปี นับรวมทั้งสิ้นได้ ๙๖ แห่ง

ทั้งนี้ไม่รวมถึงงานที่ ท่านครูบาศรีวิชัยเป็นประธาน และท่านได้นำพวกยางหรือกะเหรี่ยงเข้าร่วมการสนับสนุนการพัฒนาอีกหลายๆแห่งในฐานะ ลูกศิษย์หนุนช่วยครูบาอาจารย์ ดังเช่นถนนขึ้นดอยสุเทพ เป็นต้น

แต่งานพัฒนาทางขึ้นพระบาทผาหนามและในส่วนอื่นของอารามของพระบาทผาหนามยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ คณะศรัทธาที่เคยมานิมนต์จาก สถานที่ต่าง ๆ ถูกกลืนเข้ากับกระแสกาลเวลาต่างเงียบกันไปหมด

พระครูใบฎีกา ชัยวงศาพัฒนา แห่งวัดพระบาทห้วยต้มตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนได้กล่าวกับญาติโยมทั้งหลาย ที่วัดพระธาตุ ๕ ดวง เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๓๐

"ท่านครูบาขาวปี ท่านเป็นนักบุญแห่งล้านนา ช่วยบ้านเมืองสรรสร้างโรงเรียนทุกที่ทุกหน

ฉะนั้นพวกโยมทั้งหลายดีใจเห็นคุณของท่านแล้วก็หาอนุสรณ์ไว้ ช่วยกันสร้างอนุสาวรีย์ไว้ที่ท่านอยู่ที่วัดผาหนาม เพื่อลูกหลานจะได้เห็นต่อไป"เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน  083-8244611

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน  083-8244611

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน  083-8244611

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน  083-8244611

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน  083-8244611

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน  083-8244611

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน  083-8244611

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน  083-8244611

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com  พระผงเกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิไชย เกศา  ครูบาขาวปี  จ ลำพูน  083-8244611

 

ครูบาขาวปี  www.kumarnthai.com 

สั่งซื้อ :
เลือก สินค้า จำนวน
พระผงเกศา ครูบาขาวปี (4ชิ้น) ราคา฿499 ชิ้น





11-07-2013 Views: 11385

หมวดสินค้า: พระเครื่อง
Page: 1 2 3 4 5

สมเด็จ องค์ปฐม วัดโขงขาว หลวงพ่อฤาษีลิงดำ อธิษฐานจิต
สมเด็จ องค์ปฐม วัดโขงขาว หลวงพ่อฤาษีลิงดำ อธิษฐานจิต
เหรียญพระพุทธสิหิงค์ หลวงปู่บัว ถามโก วัดศรีบูรพาราม จ.ตราด อธิษฐานจิต นั่งปรกเดี่ยว ๑ ไตรมาส
เหรียญพระพุทธสิหิงค์ หลวงปู่บัว ถามโก วัดศรีบูรพาราม จ.ตราด อธิษฐานจิต นั่งปรกเดี่ยว ๑ ไตรมาส
พระปิดตามหาลาภคูณ 2000 ล้าน หลวงปู่หมุน หลวงปู่สรวง หลวงปู่ละมัย หลวงพ่อคูณ อธิษฐานจิต ปี 2543
พระปิดตามหาลาภคูณ 2000 ล้าน หลวงปู่หมุน หลวงปู่สรวง หลวงปู่ละมัย หลวงพ่อคูณ อธิษฐานจิต ปี 2543
พระปิดตามหาลาภคูณ 2000 ล้าน หลวงปู่หมุน หลวงปู่สรวง หลวงปู่ละมัย หลวงพ่อคูณ  อธิษฐานจิต ปี 2543
พระปิดตามหาลาภคูณ 2000 ล้าน หลวงปู่หมุน หลวงปู่สรวง หลวงปู่ละมัย หลวงพ่อคูณ อธิษฐานจิต ปี 2543
ขุนแผนออกศึก ปี 41  รุ่นหนึ่งในแผ่นดิน หลวงปู่หมุน หลวงปู่ลมัย ครูบาอิน ปลุกเสก ปี 41
ขุนแผนออกศึก ปี 41 รุ่นหนึ่งในแผ่นดิน หลวงปู่หมุน หลวงปู่ลมัย ครูบาอิน ปลุกเสก ปี 41
มีดหมอ วัดโขงขาว หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ปลุกเสก ปี 2532 - 2534
มีดหมอ วัดโขงขาว หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ปลุกเสก ปี 2532 - 2534
ชุดวัตถุมงคล อาจารย์เณรวิเศษณ์ สิงห์คำ ปี 2522 จ เชียงใหม่
ชุดวัตถุมงคล อาจารย์เณรวิเศษณ์ สิงห์คำ ปี 2522 จ เชียงใหม่
พระผงเกศา ครูบาขาวปี ผสม ผงสะหรี๋พันต้น ( เป็นตำราของครูบาศร ีวิชัย )
พระผงเกศา ครูบาขาวปี ผสม ผงสะหรี๋พันต้น ( เป็นตำราของครูบาศร ีวิชัย )
พระเครื่อง รูปหล่อ หลวงปู่ดู่ อุดเถ้าอังคาร ผงจักรพรรดิ์เก่า หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า อธิษฐานจิต
พระเครื่อง รูปหล่อ หลวงปู่ดู่ อุดเถ้าอังคาร ผงจักรพรรดิ์เก่า หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า อธิษฐานจิต
พระเครื่อง เหรียญเม็ดแตง เนื้อนวะโลหะ หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า
พระเครื่อง เหรียญเม็ดแตง เนื้อนวะโลหะ หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า
พระเครื่อง เหรียญเม็ดแตง หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า
พระเครื่อง เหรียญเม็ดแตง หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า
เหรียญเม็ดแตง ทองแดง หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า พร้อมจาร กรอบหนา หลวงตาม้าอธิษฐานจิต
เหรียญเม็ดแตง ทองแดง หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า พร้อมจาร กรอบหนา หลวงตาม้าอธิษฐานจิต
ประคำ เม็ดใหญ่ หลวงตาม้า พร้อม พระเหนือพรหมชุบ กรอบพร้อมจาร เดิมๆ จากวัด
ประคำ เม็ดใหญ่ หลวงตาม้า พร้อม พระเหนือพรหมชุบ กรอบพร้อมจาร เดิมๆ จากวัด
เหรียญทำน้ำมนต์ 12 ราศี ติดเกศา จีวร ครูบาตั๋น สหธรรมิก ที่ลึกสุดขอบครูบาอิน กรอบเงินล้านนา
เหรียญทำน้ำมนต์ 12 ราศี ติดเกศา จีวร ครูบาตั๋น สหธรรมิก ที่ลึกสุดขอบครูบาอิน กรอบเงินล้านนา
ขุนแผนสากหัก พิมพ์เล็ก สีขาว มูลนิธิหลวงปู่ทิม
ขุนแผนสากหัก พิมพ์เล็ก สีขาว มูลนิธิหลวงปู่ทิม

Page: 1 2 3 4 5